**เงินเยนญี่ปุ่นทรงตัวใกล้จุดสูงสุดของปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความตื่นตระหนกทั่วโลกจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ**
เงินเยนญี่ปุ่นยังคงได้รับแรงหนุนจากกระแสหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลก อันเป็นผลมาจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
ความหวังในข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นช่วยหนุนค่าเงินเยน ท่ามกลางแรงขายอย่างต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ
ความคาดหวังที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สนับสนุนแนวโน้มการอ่อนค่าของ USD/JPY เพิ่มขึ้น
เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ยังคงรักษาการแข็งค่าระหว่างวันอย่างแข็งแกร่งก่อนเข้าสู่ช่วงการซื้อขายของยุโรปในวันพฤหัสบดี และขณะนี้มีมูลค่าใกล้จุดสูงสุดของปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอยทั่วโลกยังคงกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกที่ร่วงลงเป็นวงกว้าง ส่งผลให้เงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติม นอกจากนี้ การคาดการณ์ว่า BoJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2025 ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น รวมถึงความหวังในข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนค่าเงินเยนต่อไป
ในขณะเดียวกัน ความคาดหวังเชิงรุกต่อ BoJ ถือเป็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับความเชื่อที่ว่า Fed อาจกลับมาเข้าสู่วงจรการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจชะลอตัวจากผลกระทบของภาษี สิ่งนี้จะส่งผลให้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นแคบลงอีก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันไปถือครองเงินเยนซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำ นอกจากนี้ แรงขายต่อเนื่องในดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงกดดันคู่เงิน USD/JPY ให้อยู่ต่ำกว่าระดับ 145.00 โดยนักเทรดต่างรอคอยบันทึกการประชุม FOMC เพื่อหาจังหวะการลงทุนที่มีนัยสำคัญ
---
**กระทิงเยนญี่ปุ่นยังครองตลาด ท่ามกลางความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยและทิศทางนโยบายที่ต่างกันของ BoJ-Fed**
ความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าการเรียกเก็บภาษีแบบกวาดล้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ และอาจรวมถึงเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ ได้ก่อให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนี S&P 500 ร่วงหนักที่สุดในรอบสี่วัน นับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 หลังจากที่ทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ครั้งใหญ่ในวันพุธที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะของญี่ปุ่น และทรัมป์ เห็นพ้องกันที่จะเปิดช่องทางการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาภาษีที่เร่งด่วน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับญี่ปุ่น และเราจะรักษามันไว้ให้เป็นเช่นนั้น” ข้อความดังกล่าวสร้างความหวังในข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนค่าเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น สำนักงานบริการทางการเงิน และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีกำหนดประชุมเวลา 07:00 GMT เพื่อหารือเกี่ยวกับตลาดการเงินระหว่างประเทศ
นักลงทุนลดความคาดหวังว่า BoJ จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากกังวลผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดจากนโยบายภาษีของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าการ BoJ นายชินอิจิ อุจิดะ กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากมีความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะบรรลุเป้าหมายที่ 2%
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนดูเหมือนจะเชื่อมั่นมากขึ้นว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากผลของภาษีจะกดดันให้ Fed กลับมาเริ่มวงจรการลดดอกเบี้ยอีกครั้ง ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ตลาดในขณะนี้กำหนดความน่าจะเป็นมากกว่า 60% ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนพฤษภาคม
นอกจากนี้ Fed ยังถูกคาดการณ์ว่าจะลดดอกเบี้ยถึง 5 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ แม้จะมีความคาดหวังว่าภาษีของทรัมป์จะกระตุ้นเงินเฟ้อก็ตาม ซึ่งปัจจัยนี้ยิ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นวันที่สองติดต่อกัน และทำให้คู่ USD/JPY เคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ที่แตะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
นักเทรดต่างเฝ้ารอบันทึกการประชุม FOMC ซึ่งจะเปิดเผยในช่วงค่ำวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันศุกร์ ที่อาจให้เบาะแสเกี่ยวกับทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งจะมีผลต่อค่าเงินดอลลาร์และคู่ USD/JPY
คู่ USD/JPY ยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงต่อไป โดยระดับต่ำสุดของปีที่บริเวณ 144.55 ถือเป็นแนวรับสุดท้ายของฝั่งกระทิง
---
**มุมมองทางเทคนิค:**
จากมุมมองทางเทคนิค ความล้มเหลวในการยืนเหนือระดับ 148.00 ได้ในสัปดาห์นี้ ตามด้วยการร่วงลงอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณเอื้อต่อฝั่งขาย นอกจากนี้ เครื่องมือวัดโมเมนตัม (oscillators) บนกราฟรายวันยังคงอยู่ในแดนลบลึก และยังไม่เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (oversold) บ่งชี้ว่าทิศทางที่มีแนวโน้มสูงกว่าสำหรับคู่ USD/JPY ยังอยู่ในฝั่งขาลง
หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับต่ำสุดของปีที่บริเวณ 144.55 ซึ่งแตะไปเมื่อวันจันทร์ จะยืนยันมุมมองเชิงลบและเปิดทางให้ร่วงต่อไปถึงแนว 144.00
ในทางกลับกัน ระดับ 146.00 ดูเหมือนจะเป็นแนวต้านสำคัญของการรีบาวด์ระยะสั้น หากผ่านได้ แนวถัดไปอยู่ที่จุดสูงสุดของช่วงเอเชียบริเวณ 146.35 และหากทะลุขึ้นไปอาจเกิดแรงปิดสถานะขาย (short-covering) ดันราคาไปยังแนว 147.00 และต่อไปที่บริเวณ 147.40-147.45
หากราคาขึ้นต่อได้เหนือบริเวณดังกล่าว อาจเป็นการเปลี่ยนมุมมองในระยะสั้นให้กลับมาเป็นขาขึ้น และเปิดทางให้ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง
เงินเยนญี่ปุ่นยังคงได้รับแรงหนุนจากกระแสหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลก อันเป็นผลมาจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
ความหวังในข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นช่วยหนุนค่าเงินเยน ท่ามกลางแรงขายอย่างต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ
ความคาดหวังที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สนับสนุนแนวโน้มการอ่อนค่าของ USD/JPY เพิ่มขึ้น
เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ยังคงรักษาการแข็งค่าระหว่างวันอย่างแข็งแกร่งก่อนเข้าสู่ช่วงการซื้อขายของยุโรปในวันพฤหัสบดี และขณะนี้มีมูลค่าใกล้จุดสูงสุดของปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอยทั่วโลกยังคงกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกที่ร่วงลงเป็นวงกว้าง ส่งผลให้เงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติม นอกจากนี้ การคาดการณ์ว่า BoJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2025 ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น รวมถึงความหวังในข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนค่าเงินเยนต่อไป
ในขณะเดียวกัน ความคาดหวังเชิงรุกต่อ BoJ ถือเป็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับความเชื่อที่ว่า Fed อาจกลับมาเข้าสู่วงจรการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจชะลอตัวจากผลกระทบของภาษี สิ่งนี้จะส่งผลให้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นแคบลงอีก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนหันไปถือครองเงินเยนซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำ นอกจากนี้ แรงขายต่อเนื่องในดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงกดดันคู่เงิน USD/JPY ให้อยู่ต่ำกว่าระดับ 145.00 โดยนักเทรดต่างรอคอยบันทึกการประชุม FOMC เพื่อหาจังหวะการลงทุนที่มีนัยสำคัญ
---
**กระทิงเยนญี่ปุ่นยังครองตลาด ท่ามกลางความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยและทิศทางนโยบายที่ต่างกันของ BoJ-Fed**
ความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าการเรียกเก็บภาษีแบบกวาดล้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ และอาจรวมถึงเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ ได้ก่อให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดัชนี S&P 500 ร่วงหนักที่สุดในรอบสี่วัน นับตั้งแต่ทศวรรษ 1950 หลังจากที่ทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ครั้งใหญ่ในวันพุธที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะของญี่ปุ่น และทรัมป์ เห็นพ้องกันที่จะเปิดช่องทางการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาภาษีที่เร่งด่วน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับญี่ปุ่น และเราจะรักษามันไว้ให้เป็นเช่นนั้น” ข้อความดังกล่าวสร้างความหวังในข้อตกลงการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หนุนค่าเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น สำนักงานบริการทางการเงิน และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีกำหนดประชุมเวลา 07:00 GMT เพื่อหารือเกี่ยวกับตลาดการเงินระหว่างประเทศ
นักลงทุนลดความคาดหวังว่า BoJ จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากกังวลผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดจากนโยบายภาษีของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าการ BoJ นายชินอิจิ อุจิดะ กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากมีความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะบรรลุเป้าหมายที่ 2%
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนดูเหมือนจะเชื่อมั่นมากขึ้นว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากผลของภาษีจะกดดันให้ Fed กลับมาเริ่มวงจรการลดดอกเบี้ยอีกครั้ง ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ตลาดในขณะนี้กำหนดความน่าจะเป็นมากกว่า 60% ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนพฤษภาคม
นอกจากนี้ Fed ยังถูกคาดการณ์ว่าจะลดดอกเบี้ยถึง 5 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ แม้จะมีความคาดหวังว่าภาษีของทรัมป์จะกระตุ้นเงินเฟ้อก็ตาม ซึ่งปัจจัยนี้ยิ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นวันที่สองติดต่อกัน และทำให้คู่ USD/JPY เคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ที่แตะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
นักเทรดต่างเฝ้ารอบันทึกการประชุม FOMC ซึ่งจะเปิดเผยในช่วงค่ำวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันศุกร์ ที่อาจให้เบาะแสเกี่ยวกับทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งจะมีผลต่อค่าเงินดอลลาร์และคู่ USD/JPY
คู่ USD/JPY ยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงต่อไป โดยระดับต่ำสุดของปีที่บริเวณ 144.55 ถือเป็นแนวรับสุดท้ายของฝั่งกระทิง
---
**มุมมองทางเทคนิค:**
จากมุมมองทางเทคนิค ความล้มเหลวในการยืนเหนือระดับ 148.00 ได้ในสัปดาห์นี้ ตามด้วยการร่วงลงอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณเอื้อต่อฝั่งขาย นอกจากนี้ เครื่องมือวัดโมเมนตัม (oscillators) บนกราฟรายวันยังคงอยู่ในแดนลบลึก และยังไม่เข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (oversold) บ่งชี้ว่าทิศทางที่มีแนวโน้มสูงกว่าสำหรับคู่ USD/JPY ยังอยู่ในฝั่งขาลง
หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับต่ำสุดของปีที่บริเวณ 144.55 ซึ่งแตะไปเมื่อวันจันทร์ จะยืนยันมุมมองเชิงลบและเปิดทางให้ร่วงต่อไปถึงแนว 144.00
ในทางกลับกัน ระดับ 146.00 ดูเหมือนจะเป็นแนวต้านสำคัญของการรีบาวด์ระยะสั้น หากผ่านได้ แนวถัดไปอยู่ที่จุดสูงสุดของช่วงเอเชียบริเวณ 146.35 และหากทะลุขึ้นไปอาจเกิดแรงปิดสถานะขาย (short-covering) ดันราคาไปยังแนว 147.00 และต่อไปที่บริเวณ 147.40-147.45
หากราคาขึ้นต่อได้เหนือบริเวณดังกล่าว อาจเป็นการเปลี่ยนมุมมองในระยะสั้นให้กลับมาเป็นขาขึ้น และเปิดทางให้ราคาเคลื่อนไหวในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง
כתב ויתור
המידע והפרסומים אינם מיועדים להיות, ואינם מהווים, ייעוץ או המלצה פיננסית, השקעתית, מסחרית או מכל סוג אחר המסופקת או מאושרת על ידי TradingView. קרא עוד ב־תנאי השימוש.
כתב ויתור
המידע והפרסומים אינם מיועדים להיות, ואינם מהווים, ייעוץ או המלצה פיננסית, השקעתית, מסחרית או מכל סוג אחר המסופקת או מאושרת על ידי TradingView. קרא עוד ב־תנאי השימוש.
